วันนี้ก็เลยจะนำเรื่องราวปัญหาต่างๆจากประสบการณ์ก่อนหน้าที่ผ่านมา ในหลายๆด้าน ตั้งแต่การทำงาน การเป็นที่ปรึกษา เป็นประธาน รวมทั้งการเป็นวิทยากร บางทีอาจสรุปได้ไม่ทั้งหมดทั้งปวง ด้วยเหตุว่าเขียนเท่าที่พอเพียงจะคิดเรียบเรียงออกมาได้ แต่ว่าก็มีความรู้สึกว่ามากพอที่จะนำไปเป็นข้อคิดเตือนใจ รวมทั้งเตรียมพร้อมต่อกร กับปัญหาเกี่ยวกับของ “คน” หรือ “บุคคล” เจ้าหน้าที่ กันดังนี้

ปัญหาด้านผู้ที่ควรจะเตรียมรับมือ

1. ไม่เคยทราบงาน
บางทีอาจเกิดเรื่องที่น่าสงสัยอยู่แบบเดียวกันว่า ตอนว่าจ้างมาถ้าเกิดไม่ทราบงาน จะว่าจ้างมาเพราะเหตุใด ในความเป็นจริงแล้วมีมากอยู่เช่นเดียวกัน ในความไม่รู้งานนี้ บางทีอาจกล่าวอีกอย่างว่าเป็นการไม่เคยทราบหน้าที่ หรือดำเนินงานผิดต้องตามวิธีการ การลำดับความสำคัญไม่เป็น นี้เวลาเกิดปัญหา เขาก็จะไม่รู้เรื่อง เขานับว่า เขาปฏิบัติงานของเขาแล้ว เขาไม่ดีที่ที่ไหน แม้กระนั้นอย่างที่พวกเราเข้าใจกันดีอยู่แล้ว ถ้าลำดับงานไม่เป็น ลำดับความสำคัญไม่เป็น ก็ไม่มีความต่างจากไม่ทราบงาน ด้วยเหตุว่าผลพวงของสิ่งนี้ ทำให้วิธีการทำงาน การติดต่อประสานงาน มีปัญหา นำสู่คุณภาพของอีกทั้งระบบ เสียหาย ที่เห็นกระจ่างเป็น ชักช้าไปอย่างไม่ต้องสงสัย

วิถีทางพื้นฐาน

ควรจะจัดให้มีการอบรมเบื้องต้น เพราะเหตุว่าหลายที่มิได้ให้ความใส่ใจ ใช้ระบบสอนงานพูดง่ายๆกันไป ปรับนิสัยกันไป ซึ่งบางโอกาสคนสอนงาน ก็ยังมีคุณภาพที่ไม่ดีเท่าไร หรือเปล่าทราบว่าจุดสำคัญ จุดหมายงานจริงๆควรอยู่ไหน การการชี้แนวเบื้องต้นต้องมี 2 สิ่งประกอบกันเป็นทราบวัฒนธรรมหน่วยงาน วัตถุประสงค์หน่วยงาน อย่างต่ำควรจะรู้ดีว่า วิสัยทัศน์ หน้าที่ เป็นยังไง ลำพัง คำว่าวิสัยทัศน์ กับหน้าที่นี้ ยังแยกประเภทไม่ออกเลยก็มี ประการที่ 2 เป็นเรื่องหน้าที่ของตัวเองจำเป็นต้องชัดแจ้ง ดังเช่น Job description, Procedure, Work in process รวม ก็คือหน้าที่ความรับผิดชอบ ระเบียบการดำเนินการ ที่หลายๆหน่วยงาน ทำแบบ “เพียงแค่มี” โดยเขียนเก็บเข้าตู้ไว้ แล้วก็ปฏิบัติโดยยืดหยุ่นเอา เพียงพอยืดหยุ่น นี่แหละ ก็ไปโทษเขาว่าไม่ทราบงาน ไม่เคยทราบหน้าที่ ก็จะทราบได้ยังไง มันอยู่ในตู้..

2. ขาดแรงกระตุ้น
หรือปัจจุบันนิยมกล่าวกันในคำว่า Burn outเป็นหมดไฟสำหรับในการปฏิบัติงาน หัวข้อนี้พบเห็นไม่ยากถ้าหากเคยเป็นหัวหน้างาน ประธาน แม้กระทั้งกับตนเอง มูลเหตุมาจากหลายกรณี แม้กระนั้นความรู้สึกจะราวกับสภาวะที่ไม่มีแรง เหน็ดเหนื่อยเกินความจำเป็น โดยอาจเกิดขึ้นเนื่องจากความรู้สึกไม่แฟร์ต่างๆเป็นต้นว่า หัวหน้างาน หรือพวกเรานี่เองตกลงใจอะไรบางอย่างให้เขารู้สึกไม่เท่าเทียมกัน บุคลากรก็จะหน่าย ขาดแรงบันดาลใจ แม้กระนั้นอีกส่วนที่เป็นสาเหตุเป็น การไม่รับระบบ หรือความเคลื่อนไหวที่เข้ามา กระทั่งทำให้ไม่ชอบใจงานที่ทำ แต่ว่าก็ทนทำไปอย่างนั้นๆรวมทั้งการรู้สึกว่างานมากกำเนิดนไปมากเกินไปจนกระทั่งล้า

จำต้องทำความเข้าใจเหตุว่า การขาดแรงบันดาลใจ บางทีอาจไม่ใช่ผู้ที่ปฏิบัติงานไม่ดี ไม่เก่ง ซึ่งภาวการณ์แบบนี้ นิดหน่อยอาจมาจากการมีภาระหน้าที่ หรือความพึงพอใจกับสิ่งอื่นมากยิ่งกว่างาน ดังเช่นว่า คนเคยดำเนินการดี จนได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โบนัสเยอะขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งไปก่อสร้างบ้าน ที่นี้ก็เลยไปห่วงเรื่องก่อสร้างบ้าน ด้วยเหตุว่าเกิดเรื่องใหญ่ ยิ่งถ้ามีปัญหากับช่างก่อสร้างบ้าน ก็จะภาพชัดว่า ปัจจุบันนี้ขาดแรงกระตุ้นในงานไปชั่วครั้งคราว ก็เป็นไปได้ ซึ่งบางทีอาจพูดว่ากลุ่มนี้เป็น “ภาวการณ์”

หนทางพื้นฐาน

ด้วยเหตุผลดังกล่าวเมื่อพวกเราคิดว่าสิ่งนี้เป็น สภาวะ การจัดการปัญหา ก็จะต้องเป็นไปในรูปรายตัว หาที่มาของแต่ละคนมอง แม้กระนั้นถ้าหากเป็นทั้งยังส่วน ทั้งยังแผนก ซึ่งเป็นได้ ก็บางทีอาจพินิจพิจารณาได้ว่า เกิดขึ้นจากระบบ หรือความไม่ชอบธรรม กระทั่งทำให้แผนกเห็นตาม มีแนวทางต้าน อาจจะจำเป็นต้องไปดูภาพรวมของแผนงาน ระบบการทำงาน ปรับเท่าเทียมอะไรบางอย่างสำหรับการปฏิบัติงาน สร้างความรู้ความเข้าใจใหม่

อีกส่วนก็คือ การนำไปทำกิจกรรม Outing คิดแผน Career Path ให้มีภาพแน่ชัด ผลตอบแทน บางทีอาจมิได้ส่งผลมากมายแม้กระนั้นก็มี ซึ่งพวกนี้ก็บางทีอาจคือเรื่องของกรุ๊ป หรือรายตัวที่จำต้องพินิจพิจารณากันถัดไป

3. ความข้องเกี่ยว
ซึ่งถ้าหากกล่าวรวมๆย่อมมีต้นเหตุจากทัศนคติ อคติ เป็นหลัก โดยอาจมีที่มาต่างๆนาๆ เกินกว่าจะยกตัวอย่าง รวมทั้งหลายๆครั้งมีเหตุที่เกิดจากเหตุเดียว ตัวอย่างเช่น กล่าวผิดหู กัน รู้ผิดกัน แม้กระนั้นส่วนหนึ่งส่วนใดก็เกิดขึ้นได้เนื่องมาจากความประพฤติบางสิ่งของคนนั้นๆเป็นต้นว่า รักๆใคร่ๆ ไม่ใช่ว่า ปัญหาความเกี่ยวข้องนี้เกิดขึ้นกับคู่ที่มีเกี่ยวข้องกันเพียงแค่นั้น แต่ว่าคนรอบข้างสถานที่ทำงานที่ทราบเรื่อง แล้วเกลียดชังสิ่งที่เกิดขึ้น ก็หาเรื่องรังเกียจ ผู้ใดผู้หนึ่งในนั้นไปได้

อีกประเด็นที่เกิดในหลายๆหน่วยงาน เป็นการเดิมพัน แชร์ หนี้ สรุปรวมก็เรื่องทรัพย์สิน ที่ไม่สมควรจะทำกัน เมื่อมีการคดโกงกัน เบี้ยวกัน ความเกี่ยวพันก็กำเนิดปัญหา ในขณะที่กลุ่มนี้แท้จริงไม่เกี่ยวกับงานเอาเสียเลย

ทางพื้นฐาน

ก็ควรจะมีการปรับทัศนคติรายตัว การมีกิจกรรมละลายการกระทำก็ช่วยสานสโมสรได้ รวมทั้งการผลิตวัฒนธรรมหน่วยงาน กฎ ที่แน่ชัด ห้ามมีการยืมเงิน พนัน เล่นสลากกินแบ่ง เล่นแชร์ แม้กระทั้งเรื่องความข้องเกี่ยว ที่คงห้ามคบค้ากันมิได้ แม้กระนั้นถ้าหากเมื่อใดมีปัญหาในสถานที่สำหรับทำงานนั้น ก็กำหนดโทษกันไปเลย พวกนี้ถือเป็นการตัดไฟ แต่แรกเริ่มลม

4. การปกครอง
ที่มิได้ใช่เพียงแค่เกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากคนเป็นหัวหน้างาน หรือประธานเพียงแค่นั้น แต่ว่าอาจจะเกิดขึ้นได้ก็เพราะ ส่วนประกอบหน่วยงานกำกวม ระบบงานซ้ำไปซ้ำมา จนกระทั่งคล้ายว่าไม่เคยรู้ผู้ใดกันแน่จะเป็นหัวหน้าดี แม้กระนั้นแน่ๆว่าตัวหัวหน้างานเองก็เป็นสิ่งสำคัญ เช่น เมื่อมีการต้านอะไรบางอย่างจากบุคลากรต่อหัวหน้า ถึงแม้พวกเราในฐานะประธาน จะเห็นว่าหัวหน้าคนนี้ก็ดีแล้ว แต่ว่าหากคิดสักหน่อย นี่ควรมีอะไรอยู่แน่ๆ