การวิ่งให้ถึงเวลาน้อยกว่าสามชั่วโมงสำหรับการวิ่งมาราธอนนั้นเป็นแผนการที่คนอีกจำนวนไม่น้อยฝันไว้ รวมทั้งเป็นการก้าวผ่านระดับความสามารถของตนเองที่อัศจรรย์มากมาย ไม่ใช่แค่เพียงแค่ความตั้งใจจริงพากเพียรหรือความทุ่มเทให้กับการฝึกหัดของคุณแค่นั้น คุณจำเป็นที่จะต้องทราบว่าระยะทางที่เหมาะสมกับคุณ และก็จำนวนการฝึกฝนเท่าไรถึงจะพอเพียงที่จะทำให้พวกเราสามารถดึงประสิทธิภาพสูงสุดของการวิ่งของคุณให้ออกมาได้สำหรับในการแข่ง

ผมสามารถวิ่งได้ต่ำลงยิ่งกว่าสามชั่วโมง Sub-3 สำหรับการชิงชัยลอนดอนมาราธอน ในปี 2014 ผมฝึกฝนเป็นอย่างมากแล้วก็อุตสาหะซ้ำแล้วซ้ำอีก ในการที่จะดึงความรู้ความเข้าใจของผมออกมาแต่ว่าก็ไม่อาจจะทำเป็นมันมีวิธีการที่สบายกว่านั้นที่อยู่ระหว่างการบรรลุผลและก็ความผิดพลาดของคุณเมื่อคุณวิ่งใกล้กับข้อจำกัดของคุณและก็คุณกำลังถามตนเองว่าปรารถนาที่จะดึงขีดความสามารถของตัวคุณเองขึ้นมาเพื่อใกล้เคียงกับขีดความสามารถสูงสุดของนักกีฬาที่จะสามารถที่จะทำเป็น แม้กระนั้นในความเป็นจริงแล้วการฝึกฝนที่มีคุณภาพซึ่งก็คือการฝึกหัดอย่างเหมาะควรและก็ไม่มีการบาดเจ็บ ร่างกายมีความพร้อมเพรียงที่จะอยู่ข้างหลังเส้นปล่อยตัวปล่อยใจในภาวะที่พร้อมสำหรับเพื่อการแข่ง และก็วิ่งมันอย่างฉลาดในวันที่แข่ง หลายครั้งที่ผมวิ่งได้ระยะทางราว 28 กิโลที่ช่วงเวลา 2:50 ชั่วโมง แล้วก็เข้าเส้นชัยด้วยเวลา 3 ชั่วโมง 15 นาที หรือห่วยกว่านั้น ผมเริ่มเปลี่ยนเมื่อผมเริ่มใช้นาฬิกา Polar Vantage V ที่มากับ Running Power ที่ข้อมือ การประเมินพลังสำหรับในการวิ่ง Running Power ช่วยทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นสำหรับการฝึกฝน การฟื้นภาวะ ข้อมูลการนอน แล้วก็ผมปรารถนาค้นหาว่าเพราะเหตุไรเครื่องไม้เครื่องมือที่ล้ำยุคนี้จะช่วยทำให้ผมทำสถิติที่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมงได้ยังไง โน่นเป็นต้นเหตุที่ Project Power ก็เลยได้เกิดขึ้น

PROJECT POWER
การทำงานร่วมกับ Polar Vantage V หรือผมให้ฉายาว่า Polar Coach สำหรับในการคิดแผนของผมสำหรับในการฝึกด้วยการใช้ข้อมูลที่ได้รับมาจาก Polar Running Power,Cardio Load, Muscle Load แล้วก็ข้อมูลการพักผ่อนหย่อนใจ จากการประมาณคุณภาพสำหรับการนอน การตำหนิดตามอัตราการเต้นของหัวใจตลอดวัน ในช่วงเวลาการฝึกหัดของผมเพียงแค่ 12 อาทิตย์ ทำให้ผมสามารถทำสถิติสำหรับการวิ่งได้ต่ำยิ่งกว่า สามชั่วโมง

เริ่มกับการทดลอง Baseline
ผมเริ่มการทดลองด้วยการทดลองจำนวนกรดแลกเปลี่ยนว่ากล่าวก โดยการวิ่งที่ระยะทาง 800 เมตร ในสนามต่อจากนั้นเบาๆเพิ่มความหนักขึ้น ในตอนที่ผมทดลองผมใช้นาฬิกา Polar Vantage V แล้วก็สายตราหน้าอก Polar H10 สำหรับการวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ในแต่ละรอบของการทดลอง กลุ่มผู้ชำนาญจากมหาวิทยาลัยเซนต์แมรี่ ลอนดอน กระทำเจาะเลือดที่ใบหูของผมเพื่อวัดจำนวนกรดแลกเปลี่ยนตำหนิก ในเลือด จากจำต้องนี้ ข้อมูลที่พวกเราได้นั้นสามารถหาระดับจำนวนจุดเริ่มต้นล้าของผมได้ เพื่อใช้ในลัษณะของการระบุโซนสำหรับเพื่อการฝึกฝน

การใช้ข้อมูลของพลังสำหรับในการวิ่ง Running Power ที่วัดจากนาฬิกา Polar Vantage V นั้นสามารถทำให้พวกเราเซตโซนของพลังใยนการฝึกได้ โดยแบ่งเป็นโซนตั้งแต่โซน คงเดิม ที่จุดแรกเริ่มล้า หรือโซนแบบหนักสลับค่อย Interval